เลิกทำ 5 อย่างนี้เทรดแล้วกำไรแน่นอน

เลิกทำ 5 อย่างนี้เทรดแล้วกำไรแน่นอน

1.วางแผนแต่ไม่ทำตามแผนนี่คือปัญหาคลาสสิคของเทรดเดอร์ และเป็นสาเหตุหลักของการเทรดแล้วยังขาดทุนเข้าใจว่าการเทรดให้มีวินัยเป็นเรื่องยาก แต่นั่นแหละครับคือสิ่งที่ต่างจากเทรดเดอร์อาชีพกับสมัครเล่น กลยุทย์ในโลกมีเป็นร้อยเป็นพัน หลายๆกลยุทย์ก็ทดสอบมานักต่อนักว่าถ้าเทรดไปเรื่อยๆแบบมีวินัยสุดท้ายก็จะกำไร แต่แน่นอนว่าคนเรามักยึดติดกับกำไรตอนนี้มากเกินไป ธรรมชาติเทรดเดอร์คือไม่ว่าคุณทำถูกตัดสินใจถูกทุกอย่างในวันนั้น คุณก็ยังมีโอกาสขาดทุน ซึ่งมันขัดกับmindsetในการทำงานอื่นๆ หลายคนวางแผนได้ดี แต่ถึงเวลาก็ไม่ทำตามแล้วมาเสียดายทีหลังว่ารู้งี้น่าจะทำตามแผน บางคนกลัว บางคนโลภ บางคนรีบออกเพราะทนความอึดอัดไม่ได้ บางคนรีบเข้าเพราะใจร้อนกลัวตกรถ

2.เปลี่ยนกลยุทย์ไปๆมาๆพยายามหากลยุทย์ที่เพอเฟคกลยุทย์เปรียบเสมือนนิสัยคน มีข้อดีและมีข้อเสียแน่นอนว่าเราต้องหาคนที่เข้ากับเราที่สุดหากลยุทย์ที่ถูกจริตกับตัวเรา แต่ถ้าเราพยายามจะหาคนที่เพอเฟค กลยุทย์ที่เพอเฟคมันไม่มี เพราะไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทย์อะไรมันจะมีช่วงdrawdownหรือช่วงที่ขาดทุนติดๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติ เทรดเดอร์ระดับโลกก็มีช่วงนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญคือการเข้าใจconditionหรือสภาวะตลาดณตอนนั้น รู้ว่ากลยุทย์นี้ดีตอนไหนและไม่ดีตอนไหน ถ้าตลาดมาในช่วงที่กลยุทย์เราไม่สนับสนุนจะมีวิธีรับมือยังไงเช่นกลยุทย์นี้ดีตอนตลาดเป็นเทรน ถ้าเกิดการsidewayที่มีความผันผวนสูงจะทำยังไงเป็นต้น เปรียบเทียบกับคน เช่นถ้าเรารู้ว่าคนนี้ข้อเสียคือใจร้อนแทนที่เราจะเปลี่ยนคน ก้ลองหาวิธีจะอยู่กับคนนี้ยังไงเมื่อคนนี้ใจร้อน เข้าใจว่าใจร้อนเพราะอะไรเรียนรู้ที่จะอยู่กับข้อเสียคนๆนั้น เพราะถ้าเราเปลี่ยนเมื่อเจอข้อเสียเราก้จะต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

3.overtradeไม่คุมความเสี่ยงจริงอยู่การovertradeถ้าเราถูกทางอาจจะกำไรมากแต่ถ้าผิดทางเสียหายหนัก พอเสียหายเยอะเราก็จะเสียกำลังใจอยากจะเอาคืน หลายๆคนในเส้นทางเทรดเดอร์ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่แพ้ข้อนี้แล้วกลับมาไม่ได้ การคุมความเสี่ยงที่ดีคือการที่เรารู้ว่าถ้ากรณีที่แย่สุดเราจะเสียหายเท่าไรเช่นถ้าเทรดเสียติดกัน5ครั้งลวด พอร์ตจะเสียหายเท่าไรและสามารถกลับมาได้ไหม เพราะฉะนั้นถ้าเทรดแบบนี้ยังไงก็ยากที่เสียหายหนัก ต่อให้แย่สุดอาจจะขาดทุนแต่ยังไงก็เก็บประสบการณ์ได้มาก

4.ไม่เข้าใจกลยุทย์และตลาดดีพอข้อนี้อาจจะดูเป็นนามธรรม พูดง่ายๆถ้าเป็นคนก็คือต้องรู้จักคนที่เราคบให้ดีว่ามีดีมีเสียยังไง เก่งอะไร ด้อยอะไร ธรรมชาติของนิสัยคนๆนั้น4.1.เข้าใจพฤติกรรมของtimeframeที่เราใช้หลักๆคือเข้าใจว่าในtimeframeที่เราใช้คนเค้าคาดหวังกันเท่าไร เช่นtfex tf5นาทีราคาเมื่อวิ่งประมาณ6จุดแล้วจะย่อ เพราะฉะนั้นถ้าเราหวัง10จุดแล้วไปเล้นtf5นาที เราก็จะอกหักบ่อย4.2.เข้าใจธรรมชาติของตลาดหรือหุ้นที่เราเทรดเช่นตลาดนี้ชอบเบรคหลอก ตลาดนี้ชอบวิ่งตอนบ่าย ตลาดนี้เป็นเทรนไม่แรง หุ้นตัวนี้ชอบวิ่งตามข่าว หุ้นตัวนี้ได้กำไรต้องรีบออกเพราะทุบแรง ตลาดนี้ชอบพักตัวที่38.2 เป็นต้น 4.3.รู้ว่ากลยุทย์ที่ใช้ใช้ได้ดีตอนตลาดเป็นแบบไหนและมีจุดอ่อนตอนตลาดเป็นแบบไหนตลาดหลักๆมีแค่2แบบคือมีแนวโน้มเป็นเทรนและไม่เป็นเทรนหรือsideway ซึ่งในทั้งสองแบบก็จะแยกออกเป็นอย่างละสองคือ เป็นเทรนแบบผันผวนมาก ไม่มาก กับsidewayแบบผันผวนมาก ไม่มาก ให้สังเกตว่าช่วงที่เสียเป็นเพราะตลาดเป็นแบบไหนและช่วงที่ได้เป็นเพราะตลาดเป็นแบบไหน 4.4.ถ้าถึงช่วงที่ตลาดไม่เอื้ออำนวยกับหน้าเทรดจะแก้อย่างไรนี่คือช่วงdrawdown บางคนอาจจะมีกลยุทย์ที่ถนัดสองสามอันเพื่อปรับให้เหมาะกับสถานะการณ์ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์พอสมควรในการที่เราจะรู้ว่าช่วงนี้เหมาะไม่เหมาะ สำหรับคนใหม่ให้ใช้กลยุทย์เดียวและค่อยๆพัฒนาหาจุดด้อยไปเรื่อยๆ4.5.expectancyต้องเป็นบวก Winrateกับriskreward ถ้าwinrate50% riskrewardต้องมากกว่า2:1 หรื่อถ้าwinrate80% riskrewardอาจจะ1:1 เป็นต้น(มีวิธีคิดexpectancyหาได้ตามกูเกิล)เพราะถ้าไม่บวกไปเล่นการพนันดีกว่าเทรดยังไงก้ขาดทุนอยู่ดีในระยะยาว

5.ไม่สม่ำเสมอมากพอการเทรดไม่ได้วัดภายในวันเดียวหรืออาทิตย์เดียว ความสม่ำเสมอคือความสม่ำเสมอในเรื่องของการทำตามวินัย ทำตามแผน และเทรดตลอดที่มีหน้าเทรด ไม่ใช่อยากเทรดก้เทรดไม่อยากก็ไม่เทรด แบบนี้สุดท้ายอาจจะขาดทุนเพราะไม่ม่ความสม่ำเสมอ สมมุติใน2เดือนมี40วันเราอาจจะมีวินัยในการเทรด30วัน อีก10วันไม่มีวินัยโลภกลัว เทรดได้ไม่ดี ใน30วันที่เราเทรดแบบมีวินัยอาจจะกำไรแต่อาจจะหายไปจาก10วันที่เราเทรดแบบไม่มีวินัย เพราะฉะนั้นความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก การจะทำให้ตัวเราสม่ำเสมอสิ่งที่สำคัญคือทัศนคติทั้งต่อกลยุทย์ วันขาดทุน วันกำไร เพราะบางคนพอเทรดเสียอาจจะเสียกำลังใจ กลัว ไม่อยากเทรด การเทรดเป็นเกมของความน่าจะเป็น เราไม่มีทางรู้ว่าอาทิตย์นี้จะกำไรไหมแต่ถ้าเทรดไป30 40วันแบบมีวินัยเราจะกำไรความน่าจะเป็นหลักสถิติจะทำงานเอง การมีสมาธิไม่ว้อกแแว้กในระหว่างทางไม่ว่ากำไรหรือขาดทุนเป็นสิ่งที่ทำให้10%ของคนที่อยู่รอดในตลาดต่างจาก90%ของคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ

ใส่ความเห็น