7ข้อเรียนมาก็เยอะแต่ทำไมยังเทรดไม่กำไร?

7ข้อเรียนมาก็เยอะแต่ทำไมยังเทรดไม่กำไร?

1.เรียนมาแล้วแต่ไม่ทำตามระบบ(ไม่มีวินัยการเทรดหรือยังไม่ลงสนามจริง)100คนเรียน 50คนเทรดจริง 30คนทำตามระบบบ้างไม่ทำบ้าง 10คนทำตามระบบอย่างมีวินัยเคร่งครัด การเรียนเป็นแค่ส่วนนึง ประสบการณ์จริงเป็นสิ่งสำคัญกว่ามาก ถึงแม้เราจะเรียนกลยุทย์ที่เหมือนกันแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเทรดอย่างมีวินัยและทำตามระบบอย่างเคร่งครัด หลายๆคนยึดติดกับกำไรระยะสั้นพอขาดทุนก็บอกว่าระบบกลยุทย์ใช้ไม่ได้ ซึ่งถ้าวิเคราะห์กันจริงๆส่วนใหญ่คือไม่มีวินัยในการเทรด ถึงเวลาคัทก้ไม่คัท ถึงเวลาออกก็ไม่ออก จริงๆการเทรดสามารถยืดหยุ่นได้แต่สำหรับมือใหม่การเทรดแบบมีระบบที่ชัดเจนในช่วงแรกจะดีกว่า

2.เรียนหลายอย่างแต่ไม่รู้จริงสักอย่าง

2.1ใช้หลายเครื่องมือเกินไปการใช้เครื่องมือเยอะไม่ได้ทำให้แม่นขึ้นอย่างที่คนเข้าใจและการใช้เครื่องมือที่ปราศจากความเข้าใจจริงๆจะทำให้เราไม่สามารถรู้ได้ว่าพลาดยังไงและจะแก้ยังไงการเทรดให้ได้กำไรไม่จำเป็นต้องไปรู้ทุกindicator นับเวฟ fibonacci การเทรดให้ได้กำไรต้องรู้จริงรู้ลึกในแค่บางอย่างเช่น ถ้าเราใช้macdก็รู้จริงเรื่องmacdใช้ให้คล่อง ถ้าเราใช้elliotwaveก็รู้ให้มันลึก เลือกมาสักสองอย่างแล้วศึกษาให้สุดพอ เพราะทุกๆเครื่องมือทุกๆกลยุทย์มีจุดอ่อนและจุดแข็ง มีช่วงที่กำไรและมีช่วงที่errorเมื่อเราใช้ไปสักพักจะเริ่มเห็นเอง

2.2เทรดหลายตลาดเกินไปแต่ละตลาดจะมีพฤติกรรมซ้ำๆการที่เราดูหลายตลาดเกินไปจะทำให้เราไม่สามารถสังเกตพฤติกรรมมันได้จริงๆเช่น ตลาดtfexส่วนใหญ่จะวิ่งในช่วงกี่โมง ชอบเบรคหลอกแบบไหน ช่วงปิดซีรี่พฤติกรรมเป็นอย่างไรหุ้นซิ่งตัวไหนพฤติกรรมราคาเป็นแบบไหน บางตัวไปแบบช้าๆ บางตัวชอบหลอกก่อน สิ่งเหล่านี้จะเริ่มสังเกตเห็นเมื่อเราดูและโฟกัสตลาดใดตลาดนึงมากๆ เมื่อเราเข้าใจบางสินค้าบางตลาดแล้วค่อยเพิ่ม

3.ใช้กลุยทย์ที่ไม่กำไรexpectancyเป็นลบกลยุทย์ที่กำไรในอดีตไม่ได้การันตีว่าจะกำไรในอนาคต ตลาดมันdynamicมันมีการเปลี่ยนไปเรื่อย สิ่งสำคัญกว่าการใช้กลยุทย์อะไรคือการเข้าใจโครงสร้างของตลาดนั้นๆแล้วเลือกใช้กลยุทย์ที่เหมาะกับสถานะการณ์นั้นๆ เช่นบางตลาดการเทรดbreakout10ครั้งอาจจะผิด7 8ครั้ง

4.ไม่รู้ว่าผิดพลาดอะไรเลยไม่รู้จะแก้อะไรการไม่รู้ว่าพลาดอะไรนำไปสู่การไม่รู้ว่าจะพัฒนาแก้ไขอย่างไรด้วย สิ่งที่มันเป็นนามธรรมของการเทรดคือในวันที่กำไรไม่ได้หมายความว่า การเทรดวันนั้นเราจะเทรดได้ดีในขณะเดียวกันวันที่ขาดทุนก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะเทรดไม่ดี การเทรดคือgame of probability วันที่กำไรมากอาจจะเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งก็ได้ เราไม่สามารถโฟกัสในการเทรดครั้งใดครั้งนึงได้ แต่ต้องมองภาพรวม เช่น ถ้าเราทำแบบนี้ซ้ำๆบ่อยๆ20 30ครั้งแล้วขาดทุน เราต้องตั้งสมมุติฐานก่อนว่าหรือว่าการทำแบบนี้จะไม่เวิค ในขณะเดียวกันถ้าเราทำแบบไหนบ่อยๆแล้วกำไรให้ตั้งสมมุติฐานก่อนว่าแบบนี้อาจจะใช้ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาการขาดทุนขึ้นให้แยกเป็นสามกรณีคือปัญหาที่จิตใจวินัย ปัญหาที่moneymanagementหรือปัญหาที่กลยุทย์ เมื่อเรารู้แล้วว่าปัญหาอยู่ในกลุ่มไหนให้แก้ที่ตรงนั้นการจะทำข้อนี้ได้ดีต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในตลาดที่เราเทรด เข้าใจกลยุทย์และเข้าใจตัวเราเอง

5.วางmoneymanagementผิดพลาดเพราะโลภสิ่งสำคัญของการเทรดคือการมองความเสี่ยงก่อนกำไรเสมอ บางระบบไม่ใช่ไม่กำไร กำไรเยอะเพียงแต่เวลามันเอาคืนมันเอาหนักโดยที่เอากำไรที่เราสะสมไปด้วย หรือในกรณีที่วางpositionsizingที่มันมากไป ทำให้เวลาเจอช่วงที่ขาดทุนติดๆส่งผลทำให้สภาพจิตใจเสีย เงินทุนหาย สุดท้ายอาจจะนำไปสู่การล้างพอร์ต และวนไปเป็นวัฎจักรแบบนี้เรื่อยๆ เพียงเพราะเกิดจากคำเดียวคือ ความโลภเราเอง ความโลภที่อยากจะรวยเร็ว อยากจะกำไรเยอะๆ

6.หาตัวเองยังไม่เจอหาตัวเองคือการที่เรารู้ว่า -เรานิสัยเป็นอย่างไรเหมาะกับการเทรดแบบไหนสั้นยาวกลาง-กลยุทย์แบบไหนที่เราเข้าใจเทรดแล้วสบายใจกว่าเช่นบางคนอาจจะชอบสวน บางคนชอบtrendfollowเป็นต้น-ตลาดแบบไหนที่เหมาะกับเรา เช่นบางคนชอบหุ้นใหญ่เคลื่อนช้าๆเพราะเป็นคนรับความเสี่ยงได้ต่ำไม่ชอบอะไรที่ผาดโผน บางคนชอบเทรดไวไปเทรดพวกหุ้นใหญ่แล้วใจร้อน คันมือการหาตัวเองเจอนำไปสู่การที่เราสามารถเทรดได้อย่างมีวินัย สบายใจขึ้น และสภาวะจิตใจแบบนั้นบวกกับแผนที่ดี การวางเงินที่ดีจะนำไปสู่การทำกำไรได้

7.ผิดพลาดสิ่งเดิมๆแล้วไม่แก้ไข(เขียนไดอารี่)ข้อนี้สำคัญที่สุด สุดท้ายไม่ว่าจะเรียนมาเยอะเท่าไร สุดท้ายถ้าไม่เอามาปรับใช้ยังไงก้ยังจะวนรูปการขาดทุนไปเรื่อยๆ เหมือนคนที่อยากผอมแต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จะเรียนอีกกี่คอสก้ไม่ทำให้ผอม เช่นเดียวกันสุดท้ายแล้วไม่ได้วัดที่รู้อะไร มันวัดที่รู้แล้วนำมาปรับใช้แก้ไขรึป่าว บางคนใช้เวลาเป็นปีเพื่อที่จะสามารถcutlossได้อย่างมีวินัย บางคนเปลี่ยนแผนไปเรื่อยๆใครบอกว่าดีก็ทำตาม หลายๆข้อผิดพลาดเราจะสามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่าเราต้องแก้อะไร ซึ่งการเขียนไดอารี่จะช่วยมากๆในส่วนนี้ความผิดพลาดซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากขนาดนั้น รู้แล้วแก้เลย

สรุปมีแผนและกลยุทย์ที่กำไรทำตามวินัยตามแผนอย่างเคร่งครัดรู้ให้ลึกแค่1กลยุทย์และ1ตลาดช่วงแรกหาวิเคราะห์ข้อผิดพลาดแก้ไขข้อผิดพลาดและไม่เป็นซ้ำวางmoneymanagementไม่มากเกินไปไม่overtradeหารูปแบบสไตล์ตัวเองให้เจอที่ถูกจริต

ใส่ความเห็น